อัตราสูงสุดตามกฎหมาย: 25%/ปี (ธปท. 2567)
เปรียบเทียบ: จ่ายขั้นต่ำ vs จ่ายเพิ่ม
| วิธีจ่าย | ระยะเวลา | ดอกเบี้ยรวม |
|---|
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตตามธนาคาร 2569
| ธนาคาร/บัตร | อัตรา (% ต่อปี) | อัตรา (% ต่อเดือน) |
|---|---|---|
| ส่วนใหญ่ทุกธนาคาร | 25% | 2.08% |
| บัตรเครดิตพรีเมียม (AMEX, SCB M) | 18–20% | 1.50–1.67% |
| สินเชื่อบุคคล (Personal Loan) | 10–25% | 0.83–2.08% |
| Balance Transfer โปรโมชัน | 0% (3-6 เดือน) | 0% ชั่วคราว |
| ปรับโครงสร้างหนี้ | 5–12% | 0.42–1.00% |
วิธีใช้เครื่องคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต
- กรอก ยอดค้างชำระ — ดูจาก statement บัตรเครดิต ณ ปัจจุบัน
- กรอก อัตราดอกเบี้ย — ดูจาก statement หรือสัญญาบัตร ส่วนใหญ่ 25%/ปี
- เลือก วิธีจ่าย — จ่ายขั้นต่ำ 10% หรือจ่ายคงที่ทุกเดือน
- ดู ดอกเบี้ยรวม และ ระยะเวลา ที่ต้องใช้จ่ายหมด
- เปรียบเทียบ ผลของการจ่ายเพิ่ม เพื่อประหยัดดอกเบี้ย
คำถามที่พบบ่อย
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดอย่างไร?
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตในไทยสูงสุด 25% ต่อปี ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ปี 2567 คำนวณจากยอดค้างชำระทั้งหมดรายวัน: ดอกเบี้ยรายวัน = ยอดค้างชำระ × (25% ÷ 365) ถ้ามีหนี้ 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่อวัน = 34.25 บาท ต่อเดือนประมาณ 1,027 บาท หรือปีละ 12,500 บาท ดอกเบี้ยเริ่มคิดทันทีหลังรอบบิลถ้าไม่ได้ชำระเต็มจำนวน
จ่ายขั้นต่ำ 10% ใช้เวลานานแค่ไหน?
หนี้บัตร 50,000 บาท ดอก 25%/ปี จ่ายขั้นต่ำ 10% ทุกเดือน ปีแรกจ่าย 5,000 บาท แต่ยอดลดลงน้อยมากเพราะกว่า 1,000 บาทเป็นดอกเบี้ย ใช้เวลาประมาณ 8-12 ปีจ่ายหมด และเสียดอกเบี้ยสะสมรวม 80,000-120,000 บาท มากกว่าต้นทุนเดิม ขั้นต่ำที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้กระบวนการช้าลง
Balance Transfer คืออะไร คุ้มไหม?
Balance Transfer คือการโอนหนี้บัตรเครดิตไปยังบัตรใหม่หรือสินเชื่อที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า ช่วงโปรโมชัน 3-6 เดือน ดอก 0% ถ้าตั้งใจจ่ายให้หมดในช่วงนั้น ประหยัดได้มาก ข้อระวัง: มีค่าธรรมเนียม Balance Transfer 1-3% ของยอดโอน ถ้าจ่ายไม่หมดในช่วงโปร ดอกหลังโปรมักสูงกว่าเดิม 2-5% ต้องระวังอย่าใช้บัตรเก่าสะสมหนี้เพิ่มอีก
ปรับโครงสร้างหนี้บัตรเครดิตทำอย่างไร?
โทรหาธนาคารหรือไปที่สาขาขอปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนที่จะค้างชำระ (ถ้าค้างแล้วยิ่งยาก) แจ้งว่าไม่สามารถจ่ายในอัตราเดิมได้ ธนาคารมักเสนอ: ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 5-12%, แบ่งจ่ายรายเดือนคงที่ 12-60 เดือน, พักชำระต้น สิ่งสำคัญ: อย่าปล่อยให้ค้างนาน เพราะดอกเบี้ยสะสมและเครดิตเสียยากแก้
จ่ายเพิ่มกว่าขั้นต่ำ 500 บาท ต่างกันมากไหม?
ต่างกันมากมาก ตัวอย่าง: หนี้ 50,000 บาท ดอก 25% จ่ายขั้นต่ำ → ใช้เวลา ~10 ปี ดอกรวม ~100,000 บาท vs จ่ายคงที่ 2,000 บาท/เดือน → ใช้เวลา ~5 ปี ดอกรวม ~70,000 บาท vs จ่ายคงที่ 3,000 บาท/เดือน → ใช้เวลา ~2.5 ปี ดอกรวม ~30,000 บาท การจ่ายเพิ่มแค่ 1,000 บาท/เดือนช่วยลดดอกรวมได้หลายหมื่นบาท
ถ้าค้างชำระบัตรเครดิตจะเกิดอะไร?
เดือนที่ 1: โดนดอกเบี้ย 25%/ปี + ค่าปรับการชำระล่าช้า 200-500 บาท เดือนที่ 3: บัตรถูกระงับใช้ เครดิตบูโรบันทึก เดือนที่ 6: บัญชีถูกปิด ส่งเรื่องให้บริษัทติดตามหนี้ ปีที่ 1: ถูกฟ้องร้อง ถ้าหนี้รวมมาก หลังศาลตัดสิน: อาจถูกยึดทรัพย์ หมายเหตุ: ประวัติค้างชำระในเครดิตบูโรอยู่นาน 3 ปีหลังชำระครบ
บัตรเครดิตดีกว่า สินเชื่อบุคคลตรงไหน?
บัตรเครดิตดีกว่าเมื่อ: จ่ายเต็มทุกเดือน (ดอก 0%), ใช้สิทธิ์ส่วนลด/แต้ม, ช้อปปิ้งออนไลน์ปลอดภัยกว่า สินเชื่อบุคคลดีกว่าเมื่อ: ต้องการเงินก้อน, ดอกต่ำกว่า (10-15% vs 25%), ผ่อนคงที่รายเดือนชัดเจน, วางแผนชำระหนี้ได้ดีกว่า สำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ การขอ Personal Loan มาปิดบัตรเป็นกลยุทธ์ประหยัดดอกที่ดีมาก
ถ้ามีบัตรหลายใบ ควรปิดบัตรไหนก่อน?
วิธี Debt Avalanche (ประหยัดดอกที่สุด): จ่ายบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ส่วนบัตรอื่นจ่ายขั้นต่ำ พอบัตรแรกหมดแล้วโยนเงินก้อนนั้นไปบัตรต่อไป วิธี Debt Snowball (สร้าง Momentum): จ่ายบัตรยอดน้อยสุดก่อน ได้ "ชัยชนะ" เร็วกว่า สร้างแรงจูงใจ ดูรายละเอียดได้ที่ เครื่องคำนวณปลดหนี้ Snowball/Avalanche
ความจริงที่โหดร้ายของดอกเบี้ยบัตรเครดิต
25% ต่อปี หมายความว่าอะไร? ถ้ามีหนี้บัตรเครดิต 100,000 บาทและไม่จ่ายเลยเป็นปี ดอกเบี้ยสะสม 25,000 บาท ทำให้หนี้กลายเป็น 125,000 บาท แต่ในทางปฏิบัติเราจ่ายขั้นต่ำทุกเดือน แต่ขั้นต่ำไม่ได้ลดหนี้มากเลย เพราะส่วนใหญ่เป็น "ดอกเบี้ย + ต้นนิดเดียว"
ผลตอบแทนที่รับประกัน: ทุก 1 บาทที่นำไปปิดหนี้บัตรเครดิต 25% = ผลตอบแทนรับประกัน 25% ทันที ไม่มีการลงทุนที่ไหนในโลกที่ให้ผลตอบแทนแน่นอน 25%/ปี ดังนั้นถ้ามีหนี้บัตรเครดิต ให้ ปลดหนี้ก่อน แล้วค่อยลงทุน
แผนฉุกเฉิน: ถ้าหนี้บัตรเกิน 50% ของรายได้ต่อปีและไม่สามารถจ่ายได้ปกติ อย่ารอ ติดต่อ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธปท. โทร 1213 ฟรี เพื่อขอคำปรึกษาและช่วยเจรจากับธนาคาร