สัดส่วนสารอาหาร (Macros)
ระดับกิจกรรม — อธิบาย
| ระดับ | ตัวอย่าง | ตัวคูณ |
|---|---|---|
| Sedentary | นักเรียน/พนักงานออฟฟิศ ไม่ออกกำลังกาย | ×1.2 |
| Light | เดิน/ไปยิม 1-3 วัน/สัปดาห์ | ×1.375 |
| Moderate | ออกกำลังกาย 3-5 วัน/สัปดาห์ | ×1.55 |
| Active | ออกกำลังกายหนักทุกวัน | ×1.725 |
| Very Active | งานที่ต้องใช้แรงกาย/นักกีฬาอาชีพ | ×1.9 |
วิธีใช้เครื่องคำนวณ TDEE
คำถามที่พบบ่อย
TDEE คืออะไร?
BMR กับ TDEE ต่างกันยังไง?
ลดน้ำหนัก 1 กก. ต้องลดกี่แคล?
กินแคลต่ำเกินไปอันตรายไหม?
โปรตีนกินวันละเท่าไหร่?
ทำไมน้ำหนักไม่ลดทั้งที่กินตาม TDEE?
Intermittent Fasting ช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?
คำนวณแล้วต้องกินตรงๆ เลยไหม?
เข้าใจ TDEE และการควบคุมน้ำหนัก
TDEE คำนวณจาก สูตร Mifflin-St Jeor ที่ได้รับการยืนยันว่าแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน: BMR (ชาย) = 10×น้ำหนัก + 6.25×ส่วนสูง − 5×อายุ + 5 / BMR (หญิง) = 10×น้ำหนัก + 6.25×ส่วนสูง − 5×อายุ − 161 แล้วคูณตัวคูณกิจกรรม (Activity Multiplier) เพื่อได้ TDEE ที่รวมพลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหวทั้งหมด
หลักการ Energy Balance: น้ำหนักขึ้น/ลง ขึ้นอยู่กับ แคลอรี่เข้า vs แคลอรี่ออก เป็นหลัก การกินต่ำกว่า TDEE 500 kcal/วัน จะลดน้ำหนักได้ ~0.5 กก./สัปดาห์ โดยไม่ต้องออกกำลังกายเพิ่ม แต่การออกกำลังกายเพิ่ม TDEE ทำให้กินได้มากขึ้นและรักษากล้ามเนื้อได้ดีกว่า
Macronutrients สำคัญ: โปรตีน 4 kcal/g รักษากล้ามเนื้อ อิ่มนาน ให้ความสำคัญ 1.6-2g/กก. ไขมัน 9 kcal/g จำเป็นสำหรับฮอร์โมนและสมอง ไม่ควรต่ำกว่า 0.5g/กก. คาร์โบไฮเดรต 4 kcal/g เป็นพลังงานหลักสำหรับสมองและกล้ามเนื้อระหว่างออกกำลังกาย ปรับตามความชอบและไลฟ์สไตล์